หน้าหนังสือทั้งหมด

หน้า1
39
พระบัณเฑสุมนเถระ เพราะเสียสละดอกไม้เพียงดอกเดียว เราได้รับการบำเรออยู่ในสวรรค์ ถึง ๘๐ โกฏิปี ที่สุดได้บรรลุนิพพาน เพราะผลกรรมที่เหลือ ขุ.เถร.มก.๕๐/๔๔๘/๒๓๓ ๑๐๐ วาทะ เถรภูมิ
หน้า2
40
พระอภัยเถระ เมื่อบุคคลได้เห็นรูปแล้ว มัวใส่ใจถึงอารมณ์อันเป็นที่รัก สติก็หลงลืม ผู้ใดมีจิตกำหนัดยินดีเสวยรูปารมณ์ รูปารมณ์ก็ครอบงำผู้นั้น อาสวะทั้งหลายย่อมเจริญแก่ผู้นั้น ผู้เข้าถึงซึ่งมูลแห่งภพ ขุ.เถ
หน้า3
41
พระอุตติยเถระ บุคคลผู้ได้สดับเสียงแล้ว ฟังใส่ใจถึงอารมณ์อันเป็นที่รัก สติก็หลงลืม ผู้ใดมีจิตกำหนัด ยินดีเสวยสัททารมณ์ สัททารมณ์ก็ครอบงำผู้นั้น อาสวะย่อมเจริญแก่ผู้นั้น ะ ผู้เข้าถึงซึ่งสงสาร ขุ.เถร.มก.
หน้า4
42
พระอุตรเถระ ภพอะไรที่เที่ยง ไม่มี แม้สังขารทีเทียง ก็ไม่มี ขันธ์เหล่านั้น ย่อมเวียนเกิดและเวียนดับไป เรารู้โทษอย่างนี้แล้ว จึงไม่มีความต้องการด้วยภพ เราสลัดตนออกจากกามทั้งปวง บรรลุถึงความสิ้นอาสวะแล้ว
หน้า5
43
พระราชเถระ เรือนที่บุคคลมุงไม่ดี ฝนย่อมรั่วรดได้ ฉันใด จิตที่ไม่ได้อบรมแล้ว ราคะย่อมรั่วรดได้ ฉันนั้น เรือนที่มุงดีแล้ว ฝนย่อมรั่วรดไม่ได้ ฉันใด จิตที่อบรมดีแล้ว ราคะย่อมรั่วรดไม่ได้ ฉันนั้น ขุ.เถร.มก
หน้า6
44
พระเหรัญญกานิเถระ วันและคืนย่อมล่วงไปๆ ชีวิตย่อมดับไป อายุของสัตว์ทั้งหลายย่อมสิ้นไป เหมือนน้ำในแม่น้ำน้อย ฉะนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น คนพาลทําบาปกรรมอยู่ ย่อมไม่รู้สึกตัว ต่อภายหลัง เขาจึงได้รับทุกข์อัน
บทเรียนจากพระโสมมิตตเถระ
45
บทเรียนจากพระโสมมิตตเถระ
พระโสมมิตตเถระ เต่าตาบอดเกาะขอนไม้เล็กๆ จมลงไปในห้วงน้ำใหญ่ ฉันใด กุลบุตรอาศัยคนเกียจคร้าน ดารงชีพ ย่อมจมลงในสังสารวัฏ ฉันนั้น เพราะฉะนั้น บุคคลพึงเว้นคนเกียจคร้าน ผู้มีความเพียรเลวทรามเสีย ควรอยู่กับ
บทเรียนจากพระโสมมิตตเถระใช้เปรียบเทียบชีวิตของคนที่เกียจคร้านกับเต่าตาบอดที่จมลงไปในน้ำใหญ่ สอนให้เข้าใจว่าคนเกียจคร้านย่อมจมลงในสังสารวัฏ จึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่กับผู้เกียจคร้าน และควรอยู่กับบัณฑิตที
หน้า8
46
พระสัพพบิตรเถระ คนเกี่ยวข้องในคน คนยินดีกะคน คนถูกคนเบียดเบียน และคนเบียดเบียนคน ก็จักต้องการอะไรกับคน หรือกับสิ่งที่คนทำให้เกิดแล้ว แก่คนเล่า ควรละคนที่เบียดเบียนคนเป็นอันมาก ไปเสีย ๑๐๐.--ทะ เรามิ ขุ
หน้า9
47
พระติสสเถระ ภิกษุศีรษะโล้น ครองผ้าสังฆาฎิ ได้ข้าว น้ำ ผ้า และที่นอน ที่นั่ง ย่อมชื่อว่าได้ข้าศึกไว้มาก ภิกษุรู้โทษในลาภสักการะว่า เป็นภัยอย่างนี้แล้ว ควรเป็นผู้มีลาภน้อย มีจิตไม่ชุ่มด้วยราคะ มีสติ งดเ
หน้า10
48
พระสิริมาเถระ ถ้าคนมีจิตไม่ตั้งมั่น ถึงชนเหล่าอื่นจะสรรเสริญ ชนเหล่าอื่นก็สรรเสริญเปล่า เพราะตนมีจิตไม่ตั้งมั่น ถ้าตนมีจิตตั้งมั่นดีแล้ว ถึงชนเหล่าอื่นจะติเตียน ชนเหล่าอื่นก็ติเตียนเปล่า เพราะตนมีจิตต
หน้า11
49
พระปุณณบาลเถระ เราละนิวรณ์ ๕ เพื่อบรรลุความเกษมจากโยคะ แล้วถือเอาแว่นธรรม คือ ญาณทัสสนะของตน ส่องดูร่างกายนี้ทั่วทั้งหมด ทั้งภายในภายนอกร่างกายของเรานี้ ปรากฏเป็นของว่างเปล่า ทั้งภายในและภายนอก ขุ.เถร
พระบิตกเถระ: การอบรมจิต
50
พระบิตกเถระ: การอบรมจิต
พระบิตกเถระ จิตของใครตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวดังภูเขา ไม่กำหนัดแล้วในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่ง ความกำหนัด ไม่ขัดเคืองในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่ง ความขัดเคือง ผู้ใดอบรมจิตได้อย่างนี้ ทุกข์จักมาถึงผู้นั้นแต่ที่ไหน
บทความนี้กล่าวถึงการอบรมจิตตามแนวทางของพระบิตกเถระ โดยชี้ให้เห็นว่าจิตที่ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวสามารถช่วยลดความกำหนัดและความขัดเคืองได้ ผู้ที่สามารถอบรมจิตให้มีความตั้งมั่นเหมือนภูเขา จะสามารถลดทุกข์ที่เ
หน้า13
51
ไม่ขัดเคืองในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่ง ความขัดเคือง เราอบรมจิตได้แล้วอย่างนี้ ทุกข์จักมาถึงเราแต่ที่ไหนๆ ๑๐๐ วาทะ เถรภูมิ ขุ.เถร.มก.๕๑/๑๗๐/๒๙๓
หน้า14
52
พระอสุเถระ เราฝันว่าได้ห่มจีวรสีอ่อนเฉวียงบ่า นั่งบนคอช้าง เข้าไปบิณฑบาตยังหมู่บ้าน พอเข้าไป ก็ถูกมหาชนพากันมารุมมุงดูอยู่ จึงลงจากคอช้าง กลับลืมตาตื่นขึ้นแล้ว ครั้งนั้นได้ความสลดใจว่า ความฝันนี้เราไม
หน้า15
53
เห็นแล้ว ครั้งนั้นเราเป็นผู้กระด้างมัวเมา เพราะชาติสกุล ได้ความสังเวชแล้ว จึงบรรลุความสิ้นอาสวะ ขุ.เถร.มก.๕๑/๑๘๑/๒๙๖ ๑๐๐ วาทะ เถรภูมิ
การพัฒนาชีวิตในพระพุทธศาสนา
54
การพัฒนาชีวิตในพระพุทธศาสนา
พระธรรมบาลเถระ ภิกษุหนุ่มรูปใดแล เพียรพยายามอยู่ในพระพุทธศาสนา ก็เมื่อสัตว์ทั้งหลายนอกนี้ พากันหลับแล้ว ภิกษุหนุ่มนั้นตื่นอยู่ ชีวิตของเธอไม่ไร้ประโยชน์ เพราะฉะนั้น บุคคลผู้มีปัญญา ระลึก ถึงคำสอนของพร
บทความนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตของภิกษุหนุ่มที่มีความพยายามในพระพุทธศาสนา โดยการตื่นอยู่เมื่อสิ่งรอบตัวหลับไป เป็นการแสดงถึงการไม่ไร้ประโยชน์ในชีวิตเมื่อเราเฝ้าระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าผ่านศรัทธาและกา
พระพรหมาลิเถระและการฝึกอินทรีย์
55
พระพรหมาลิเถระและการฝึกอินทรีย์
พระพรหมาลิเถระ อินทรีย์ของใครถึงความสงบแล้ว เหมือนม้าอันนายสารถีฝึกดีแล้ว แม้เทวดาทั้งหลาย ย่อมรักใคร่ต่อผู้นั้น ผู้มีมานะอันละแล้ว ไม่มีอาสวะ ผู้คงที่ อินทรีย์ทั้งหลายของเราก็ถึงความ สงบแล้ว เหมือนม้
พระพรหมาลิเถระได้กล่าวถึงการฝึกอินทรีย์ให้ถึงความสงบ โดยเปรียบเทียบกับม้าที่นายสารถีฝึกดีแล้ว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความควบคุมและความสงบในจิตใจ เมื่อผู้ใดสามารถทำให้มานะของตนละวางได้ ก็จะไม่มีอาสวะเกิดข
พระจุขึกเถระ
56
พระจุขึกเถระ
พระจุขึกเถระ นกยูงทั้งหลาย มีหงอนงาม ปีกก็งาม มีสร้อยคอเขียวงาม ปากก็งาม มีเสียงไพเราะ ส่งเสียง รําร้อง รื่นรมย์ใจ อนึ่ง แผ่นดินใหญ่นี้ มีหญ้าเขียวชอุ่ม ดูงาม มีน้ำเอิบอาบทั่วไป ท้องฟ้า ก็มีวลาหก อันง
บทความนี้กล่าวถึงความงดงามของธรรมชาติ เช่น นกยูงที่มีหงอนและปีกสวยงาม พร้อมทั้งบรรยายถึงความสดใสของแผ่นดินที่มีหญ้าเขียวและน้ำเอิบอาบ การมีจิตใจเบิกบานจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรมสามารถเพ่งฌานและบรรลุธรรมส
หน้า19
57
ง่ายๆ พระธนิยเถระ ถ้าภิกษุมุ่งความเป็นสมณะ ควรปรารถนาเพื่อดำรงชีวิตอยู่อย่าง ไม่ควรดูหมิ่นจีวร ปานะ และโภชนะ ที่เขาถวายเป็นของสงฆ์ ง่ายๆ ถ้าหากภิกษุมุ่งความเป็นสมณะ ควรปรารถนาเพื่อดำรงชีวิตอยู่อย่าง ค
หน้า20
58
ง่ายๆ ถ้ามุ่งความเป็นสมณะ ควรปรารถนาเพื่อดำรงชีวิตอยู่อย่าง พอใจด้วยปัจจัย ตามมีตามได้ และควรเจริญธรรมอย่างเอกด้วย ขุ.เถร.มก.๕๑/๒๔๙/๓๑๐ ๑๐๐.--ทะ เรามิ